ผู้ร่วมก่อตั้ง

ผู้ร่วมก่อตั้ง

blake

เบลค โรนี่ย์
ผู้ก่อตั้ง 

 

เบลค โรนีย์ เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท และได้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ถึงปี พ.ศ. 2555 และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ถึงปี พ.ศ. 2555 ปัจจุบันบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทขายตรงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีการเปิดขายหุ้นสาธารณะในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก

 

เบลค โรนีย์ ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และทางสังคมอย่างสูง โดยเขาได้รับรางวัลประธานกรรมการบริษัทแห่งปีจากการประกาศรางวัล The International Business Awards ในปี พ.ศ.2552 และรางวัล Lifetime Achievement Award จากการประกาศรางวัลผู้ประกอบการดีเด่นแห่งปีในมลรัฐยูท่าห์ของบริษัทเอินส์ท แอนด์ ยัง ในปี พ.ศ. 2554 นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2547 เขายังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลในมลรัฐยูท่าห์ และได้รับรางวัล Pillar of the Valley Award จากสภาหอการค้าแห่งมลรัฐยูท่าห์ ในปี พ.ศ. 2554 เขาเป็นผู้นำของ Mtalimanja Village ประเทศมาลาวี ในทวีปแอฟริกา และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก Salt Lake Community College 

 

เบลค โรนีย์ สำเร็จการศึกษาปริญญาบัณฑิตสาขาการเงินธุรกิจจาก Marriott School of Management ของ Brigham Young University ในปี พ.ศ. 2526 ปัจจุบัน เขาเป็นคุณพ่อของลูกๆ 8 คน และยังดำรงตำแหน่งบริหารทั้งในชุมชน และสภามหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงองค์กรทางสังคม และองค์กรทางศาสนาด้วย

 

 


sandie

แซนดี้ เอ็น ทิลล็อตสัน
ผู้ก่อตั้งและรองกรรมการผู้จัดการบริหาร

 

แซนดี้ เนียแมน ทิลล็อตสัน เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส และในปี พ.ศ. 2527 เธอได้ร่วมก่อตั้ง บริษัท นู สกิน อินเตอร์เนชันแนล โดยรับผิดชอบงานทางด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นู สกิน และการกำหนดแผนการตลาดของบริษัทในระดับสากลที่แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ นอกจากนี้ เธอยังเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารบริษัทจนถึงปี พ.ศ. 2555 ความเป็นผู้นำอันโดดเด่นของเธอช่วยพัฒนาให้ นู สกิน กลายเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการต่อต้านความเสื่อมชราระดับโลกที่มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ 

 

ในปี พ.ศ. 2536 แซนดี้ ทิลล็อตสัน ได้รับเลือกจาก นิตยสาร Working Woman เป็น 1 ใน 10 ผู้ประกอบการหญิงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 นิตยสาร Feminine Fortunes ได้มอบรางวัลให้กับเธอในฐานะ 1 ใน 50 ผู้หญิงแห่งสหัสวรรษใหม่ เคียงคู่กับ เคที คูริก โอปราห์ วินฟรีย์ และ แซนดรา เดย์ โอคอร์เนอร์ และในปี พ.ศ. 2554 เธอยังได้รับเลือกเป็น 1 ใน 30 สตรีที่น่าจับตามอง โดยนิตยสารUtah Business อีกด้วย และล่าสุดในปี พ.ศ. 2558 ทิลล็อตสันได้รับรางวัล Mover and Shaker Trailblazer Award อันทรงเกียรติจาก National Association of Women Business Owners (NAWBO) SLC Chapter จากบทบาทการเป็นผู้นำ การทำงานอย่างหนัก และการบริการที่น่าประทับใจ ที่ทำให้แก่ชุมชนยูท่าห์

 

แซนดี้ ทิลล็อตสัน ได้เข้าร่วมในกิจกรรมการกุศลมากมาย เธอได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลมูลนิธิพลังแห่งความดี ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ โดยการให้โอกาสที่เด็กๆ จะได้ใช้ชีวิตโดยปราศจากโรคภัย การไม่รู้หนังสือ และความยากจน นอกจากนี้ เธอยังดำรงตำแหน่งรองประธานมูลนิธิ Seacology ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่หวังผลกำไรระดับนานาชาติ ที่มุ่งดูแลสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ที่อยู่อาศัย และวัฒนธรรมบนเกาะต่างๆ ทั่วโลก แซนดี้ ทิลล็อตสัน สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการศึกษาจาก Brigham Young University และเป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนรัฐบาลหลายแห่งในมลรัฐยูท่าห์


steve

สตีเฟน เจ ลันด์
ประธานกรรมการ และผู้อำนวยการบริหารโครงการ Nourish the Children

 

สตีเฟน ลันด์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส และเป็นผู้อำนวยการบริหารโครงการ Nourish the Children ซึ่งเป็นโครงการที่ได้บริจาคอาหารให้กับเด็กขาดสารอาหารมาแล้วกว่า 400 ล้านมื้อทั่วโลก 

 

สตีเฟน ลันด์ เคยดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท นู สกิน อินเตอร์เนชันแนล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 และได้ดำรงตำแหน่งอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย โดยเขาได้ตำแหน่งรองประธานกรรมการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนถึงปี พ.ศ. 2555 เป็นกรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหาร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 จนถึงปี พ.ศ. 2546และดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการบริหารบริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส  ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 จนถึงปี พ.ศ. 2541 

 

นอกจากนี้ สตีเฟน ลันด์ ยังเคยเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารสมาคมการขายตรงแห่งสหรัฐอเมริกา และมีบทบาทในการเป็นผู้นำทางสังคมและทางศาสนาอีกด้วย เขาเป็นประธานคณะกรรมการบริหาร Utah Valley University และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยของมลรัฐยูท่าห์

ก่อนเข้ามาร่วมงานกับ บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส สตีเฟน ลันด์ เคยทำงานเป็นทนายความในบริษัทกฎหมายเอกชนแห่งหนึ่งหลังจากได้รับคุณวุฒิทางวิชาชีพกฎหมาย หรือ Juris Doctor จาก J. Reuben Clark Law School ของ Brigham Young University ในปี พ.ศ. 2526

เริ่มต้นกับ นู สกิน สมัครเป็น แบรนด์ แอฟฟลิลิเอต