คุณชญษร สมเกียรติกุล และ คุณธนกฤต สมเกียรติกุล

TH-Dist-Story-Banner-19

คุณชญษร สมเกียรติกุล และ คุณธนกฤต สมเกียรติกุล

Circle of Excellence I
เพรสซิเด็นเชี่ยล ไดเร็คเตอร์ 1 ปี

 

"The obstacle of success is 'Excuse'"


คุณชญษร : ทำธุรกิจมาหลายอย่าง เพราะที่บ้านมีพื้นฐานมาจากการเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ขึ้นชื่อว่าทำธุรกิจย่อมมีโอกาสทั้งรวยและจน ชีวิตผ่านมาหมดแล้ว จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เกิดภาวะต้มยำกุ้ง เศรษฐกิจประเทศไทยล่มสลาย ธุรกิจส่วนใหญ่เกิดปัญหาหมด แม้กระทั่งธนาคารและไฟแนนซ์ยังต้องปิดกิจการกว่า 50 แห่ง จังหวะนั้นมีพี่ท่านนึงซึ่งเคารพนับถือกันตั้งแต่อยู่อังกฤษ และตำแหน่งท่านก็ใหญ่โตเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ได้ชวนให้มารู้จักกับธุรกิจนู สกิน จริงๆ ดิฉันเป็นคนปิดใจกับธุรกิจเครือข่ายแบบนี้มาก เพราะไม่ชอบยุ่งกับใคร ไม่ชอบงอนง้อใคร ไม่ชอบตื้อใคร และไม่ชอบขายใคร แต่หลังจากได้ฟัง ได้ศึกษาข้อมูล จึงได้เห็นโอกาสเกี่ยวกับธุรกิจนู สกิน


ด้วยนิสัยเป็นคนกล้าลองถ้าเห็นโอกาส หลังจากศึกษาข้อมูลจนมั่นใจว่า นู สกินเป็นบริษัทที่มีประวัติดี สินค้าดี จึงกล้าตัดสินใจทำ ต้องบอกว่า ตัวเองเป็นคนโชคดีมาก ที่ตัดสินใจทำธุรกิจเครือข่ายกับบริษัทนู สกิน จากวันที่ตัดสินใจทำ จนวันนี้ไม่เคยรู้สึกผิดหวัง


คุณธนกฤต : ผมเป็นผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นกว่าใคร ตั้งแต่สมัยเรียน เรียนไม่ได้เก่ง เพื่อนไม่เยอะ คุยก็ไม่เก่ง กิจกรรม กีฬาก็เฉยๆ และมีชีวิตเรียบง่ายเหมือนวัยรุ่นทั่วไปมาโดยตลอด พอเรียนจบก็ลองไปหางานทำตามสายงานที่เราเรียนมา ไปสมัครงานพอเห็นเงินเดือนที่เราจะได้หลังจากตรากตรำร่ำเรียนมานาน แทบไม่ต้องคิดเลยว่าจะทำหรือไม่ ไม่ทำแน่นอน ผมถือว่า ถ้าผมจะต้องเหนื่อย ต้องลงแรงซักครั้ง สิ่งที่ได้กลับมาต้องคุ้มค่า ก็กลับมานั่งคิดว่าเราจะทำงานอะไรดี ระหว่างที่กำลังเลือกว่าจะทำงานอะไรที่ไหน ก็ได้รู้ความจริงอย่างนึงที่คุณแม่ของผมไม่เคยบอกผมมาก่อน เป็นความจริงที่ทำให้ผมช็อคทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน นั่นคือ คุณแม่ผมบอกว่าบ้านเรามีหนี้สินอยู่มหาศาล วันนั้นทำให้ผมต้องกลับไปคิดว่า เราจะช่วยเรื่องหนี้สินที่บ้านยังไงได้บ้าง คิดได้อย่างเดียวว่า ต้องทำธุรกิจ เพราะเงินจากงานประจำ ไม่มีทางช่วยบ้านผมได้แน่ๆ แต่จะทำธุรกิจ เราต้องใช้เงิน ประสบการณ์ และความรู้ ซึ่งผมยังไม่มี แล้วผมก็คิด ได้สิ่งหนึ่ง คุณแม่ผมก็ทำธุรกิจนู สกินอยู่แล้ว สินค้าเราก็ใช้มาโดยตลอด ช่วงนั้นมีสินค้าใหม่เพิ่งเข้ามาไม่นาน นั่นคือเครื่อง กัลวานิค สปา ผมรู้เลยว่าเครื่องนี้มันต้องขายได้แน่ๆ ถ้าของขายได้เงินก็มา ธุรกิจก็เกิด นั่นคือการตัดสินใจครั้งแรกที่จะก้าวเข้ามาศึกษาธุรกิจนี้อย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากเข้ามาดูบริษัท ฟังข้อมูล ศึกษาหลายๆ ช่องทางด้วยตัวเอง ข้อมูลบริษัททุกๆอย่างทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่า นู สกินนี่แหล่ะ คือธุรกิจที่ผมเลือกที่จะทำอย่างแน่นอน


ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจทำธุรกิจนู สกิน ต้องบอกเลยว่า ทุกๆอย่างในชีวิตผมในวันนี้ ทุกๆอย่างจริงๆ มาจากนูสกิน 100% แต่นอกเหนือจากนั้นคืออิสรภาพที่ผมสามารถเลือกเวลาได้ว่าเราจะทำงานเมื่อไหร่ กี่ชม. นานแค่ไหน โดยที่ไม่ถูกกำหนด และการพัฒนาตัวเองในทุกๆด้าน ภาวะผู้นำ และสิ่งที่ผมมองเห็นคือครอบครัวที่กลับมามีรอยยิ้ม และบ้านหลังใหม่ที่ได้จากรายได้นู สกินทุกบาททุกสตางค์


ถ้าคุณกำลังจะตัดสินใจว่าจะทำดีมั้ย หยุดคิดเถอะครับ แล้วพิสูจน์ด้วยการทำดูซักตั้ง จะได้รู้ว่าเราทำได้หรือไม่ได้ ทำไม่ได้ชีวิตเราก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป แต่ถ้ามันดันทำได้และทำได้ดีหล่ะ ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

TH-Dist-Story-66
TH-Dist-Story-65
TH-Dist-Story-64