คุณบุญมาณพ เมธาเกียรติกุล และ คุณพิมพ์พันธุ์ เมธาเกียรติกุล

TH-Dist-Story-Banner-28

คุณบุญมาณพ เมธาเกียรติกุล และ คุณพิมพ์พันธุ์ เมธาเกียรติกุล

Circle of Excellence I
เอ็กเซ็คคูทีฟ แบรนด์ ไดเร็คเตอร์

 

"A NEGATIVE Mind will not  give you a POSITIVE Life"


ตำแหน่งสมาชิกทำเนียบ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นบทพิสูจน์ที่ผมทำให้คนรอบข้างได้เห็นว่า นู สกิน คือของจริง มันเป็นธุรกิจที่มั่นคงและทำรายได้ได้มหาศาล โดยไม่มี barrier อะไรมาขวางกันเราเลย


แรกๆผมปฏิเสธ นู สกิน จากการเชิญของสปอนเชอร์ (คุณนิพัญน์) เกือบ 2-3 ปี เพราะไม่เชื่อว่าตนเองจะทำได้ ที่สำคัญเรายังสนุกกับงานประจำที่ทำอยู่ (วิศวกรสนาม) ทั้งเนื้องานและรายได้ จนวันหนึ่งคุณพ่อซึ่งแข็งแรงมาก ๆ เกิดเส้นเลือดในสมองแตกต้องรักษาตัวเองอยู่นาน แต่ผมกลับช่วยอะไรท่านไม่ได้เลยทั้งเรื่องเงินค่ารักษา และเวลาในการดูแลท่าน มันทำให้ผมเริ่มคิดได้ว่า ถ้าเราไม่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง ทั้งชีวิตเราคงรับผิดชอบได้แต่ตนเอง แต่ไม่สามารถดูแลพ่อแม่ได้อย่างแน่นอน ผมตัดสินใจลาออกจากงานเลย จากนั้นก็แบกเป้ใบเดียวจากไซค์งาน นั่งรถทัวน์เข้ามาใน กทม. กับเงินติดตัว 8000 บาท ต้องอาศัยหอพักของเพื่อนนอนโดยไม่ช่วยออกค่าเช่าอยู่ถึง 6 เดือน แต่เราก็กัดฟันทำมันจนได้


นู สกินให้เราได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการ อยู่ที่ว่าเราชอบชีวิตแบบไหน ผมเป็นคนชอบชีวิตอิสระที่เรียบง่าย ลองเริ่มจากการถามตัวเองก่อนว่านิยาม “ความสำเร็จ” ของเราคืออะไร ถ้ามันคือ “เงิน” อย่างเดียว ผมว่ามีหลายงานหรือหลายธุรกิจที่มันให้เราได้ แต่สำหรับผม “ความสำเร็จ” มันต้องพร้อมกันทั้ง “เงิน เวลา สุขภาพ และ ความรัก” นอกจากเงินที่ได้จาก นู สกินแล้ว ทุกวันที่ผมได้ทำตามความฝันใหญ่ข้อหนึ่ง คือการได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ดูแลพ่อแม่และลูกแฝดเล็กๆ ที่บ้านเกิด (หาดใหญ่) อยู่ในบ้านที่เป็นบ้านในฝันของคุณแม่ ผมกับคุณจุ๊บ เราเลี้ยงลูกกันเอง เราทุ่มเวลาให้เค้าได้เต็มที่ เรามีช่วงเวลาดีๆ ให้ทั้งลูกและพ่อแม่ในวัยเกษียณไปพร้อมๆ กัน มันเป็นความสุขที่ดูเรียบง่ายดีนะ แต่ใครที่ทำงานประจำ คงรู้ดีว่าการทำแบบนี้ได้ มันเป็นคนละเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย


การทำธุรกิจ นู สกินให้สำเร็จ ไม่มีวิธีการอะไรที่เป็นเคล็ดลับ แค่เราต้องหา “Strong Why” ให้เจอว่าจริงๆ แล้วชีวิตเราต้องการอะไร คนที่มี “Strong Why”มากพอจะทำทุกวีถีทาง (ที่ไม่ผิดศิลธรรม) เพื่อให้สำเร็จ แม้จะมองไม่เห็นทางหรือวิธีการเลย ในทางกลับกัน คนที่ขาด “Strong Why” ต่อให้เก่งขนาดไหน หรือรู้วิธีการชัดเจนแค่ไหน เค้าก็จะไม่ลงมือทำ หรือทำก็เพียงแค่แหย่ๆ ซึ่งมันจะไม่มีทางสำเร็จ


สำหรับคนใหม่ ขอให้มั่นใจเถอะครับว่า เราอยู่ถูกที่ถูกเวลาแล้ว เหลือเพียงแค่อย่างเดียว เราพร้อมจะทำงานหนัก 3-5 ปี เพื่อชีวิตที่เหลือทั้งชีวิตรึเปล่า เราจะยืนหยัดจนกว่าจะสำเร็จรึเปล่า หลายครั้งในชีวิต เราอาจจะเจอกับคนที่เร็วกว่า แข็งแกร่งกว่า มีพรสวรรค์มากกว่า แต่ขอให้เชื่อว่าสุดท้ายแล้วรางวัลความสำเร็จจะเป็นของคนที่ “ไม่ยอมแพ้” เสมอ

TH-Dist-Story-99
TH-Dist-Story-97
TH-Dist-Story-98
TH-Dist-Story-96