มุมมองของช่วงอายุขัยของผิวหนัง

มุมมองของช่วงอายุขัยของผิวหนัง

การที่เราสามารถรักษาและถนุถนอมผิวพรรณให้ผ่านช่วงอายุต่างๆของเรามาได้นั้นต้องใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ – ด้วยการเพิ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในกิจวัตรประจำวันของเราซึ่งช่วยบำรุงและปกป้องผิว ในขณะที่ขจัดสสารซึ่งสะสมอยู่บนผิวหนังเป็นเวลานานและก่อให้เกิดการเสื่อมโทรมของผิวหนัง วิธีการนี้เริ่มโดยการทดสอบประวัติการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากพื้นฐานของสุขลักษณะไปถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ล่าสุดและค่อยๆพัฒนาความสนใจไปที่การบำรุงสุขภาพและอายุขัยของผิวให้เหมาะสมที่สุด

 

จุดเริ่มต้น
ความคิดเรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณเริ่มมาจากการพัฒนาสบู่และสุขลักษณะของผิวหนังขั้นพื้นฐาน ในชณะที่สบู่ทำความสะอาดในช่วงแรกๆนั้นมีความสามารถที่สำคัญในการขจัดไขมันใต้ผิวหนังและสิ่งสกปรกจากสภาพแวดล้อมและช่วยเพิ่มสุขลักษณะแต่ก็มีราคาสูงเช่นกัน สบู่ในช่วงแรกๆนั้นขจัดหลายอย่างออกมากเกินไป ซึ่งนำไปสู่ความต้องการของผลิตภัณฑ์ที่จะต่อสู่กับความแห้งของผิวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นอย่างมอยส์เจอร์ไรเซอร์ และเมื่อทราบถึงอันตรายของดวงอาทิตย์ที่มีต่อผิว ส่วนประกอบที่ช่วยป้องกันผิวได้ถูกเพิ่มลงไปในมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์กันแดด ผลิตภัณฑ์เวชสำอางประเภทมอยส์เจอรืไรเซอรืจึงเกิดขึ้นเป็นลำดับถัดมาเพื่อให้สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และสารอื่นๆเพื่อให้การปกป้องผิวอย่างเหมาะสม คอนเซปของการทาอะไรลงบนผิวนั้นกลายเป็นสิ่งสำคัญไป

 

ทิศทางถัดไป
ปรัชญาการดูแลผิวพรรณในอนาคตได้ไปไกลกว่าการบำรุงและการนำออกโดยการให้ความสนใจที่การขจัดสสารที่มีผลกระทบต่อการทำงานของผิว

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าผิวและอวัยวะในร่างกายนั้นเสื่อมชราเพราะความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ซึ่งมาจากการได้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีสารอนุมูลอิสระ ความเข้าใจของเราเกี่ยวกับผลกระทบของผลิตภัณฑ์ที่มีสารอนุมูลอิสระนั้นได้พัฒนาขึ้นจากข้อมูลจากหลายๆด้าน ในสาขาวิทยาศาสตร์การดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์การป้องกันเนื้อเยี้อที่ได้ทำการศึกษามาถึงการปลูกถ่ายอวัยวะ เพื่อที่จะชะลอกระบวนการชราของเนื้อเยื้อ ตัวกลางการปลูกถ่ายจึงได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อนำผลิตภัณฑ์ออกจากอวัยวะเพื่อชะลอกระบวนการชราและทำให้ทำงานอย่างเหมาะสม หนึ่งในส่วนสำคัญของตัวการปลูกถ่ายนั้นคือ แลคโทไอโบนิค เอซิด (lactobionic acid) ซึ่งช่วยลดผลกระทบด้านลบของอ๊อกซิเจนและลดความสนใจของโปร-ออกซิแดนท์ (pro-oxidants)และลดการเปลี่ยนสภาพโลหะเช่น เหล็กผ่านทาการให้น้ำเกลือ (chelation)

 

ธาตุเหล็กมีส่วนสำคัญในร่างกายในการขนย้ายอ็อกซิเจนในเซลล์เม็ดเลือดแดง อย่างไรก็ตามเมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงเริ่มเสื่อมชรา จะมีการปล่อยธาตุเหล็กออกมา ซึ่งจะเป็นจะต้องขจัดออกจากร่างกาย แลคโคไบโอนิค เอซิด สามารถที่จะจับกลุ่มธาตุเหล็กและนำโลหะที่ถูกเปลี่ยนสภาพนี้ออกจากร่างกาย ในการนำแอคโตไบโอนิก เอซิดมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณนั้น ทำให้เราสามารถนำสารที่เป็นอันตรายออกจากผิวได้ ในขณะที่ส่วนผสมให้ความชุ่มชื้น, สารต้านอนุมูลอิสระ และสารกันแดดอื่นๆให้สารสำคัญต่อการป้องกันผิว

 

อนาคตของการดูแลผิวพรรณนั้นคือ การขจัดไขผิวหนังและสิ่งสกปรกจากสิ่งแวดล้อมด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด, เพิ่มความชุ่มชื้น, การปกป้องจากแสงแดดและสารต้านอนุมูลอิสระให้กับผิว ในขณะที่นำสารที่เป็นอันตรายต่อการทำงานของผิวออก



แพทย์หญิงโซอี้ ไดอาน่า แดรลอส
แพทย์ผู้ช่วยศาสตร์จารย์แห่งสถาบันผิวหนังแห่งอเมริกา
M.D., F.A.A.D.

 

ดร.แดรลอสได้ให้กับทำงานกับนู สกินอย่างมากมายเพื่อสร้างประวัติให้กับนูสกินและได้ทำการวิจัยทางการแพทย์ในการใช้ ทรูเฟส™ รีวีลลิ่งเจล กับ โพลิชชิ่ง พีล™เช่นเดียวกับการศึกษาสายผลิตภัณฑ์ ทรู เฟส™คอเร็คเตอร์และ ทรู เฟส™ไอดีลอายส์® เธอได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกของคณะกรรมการผู้บริหารของสถาบันผิวหนังแห่งอเมริกาและได้ทำการวิจัยในเครื่องสำอาง, สุขลักษณะ และการรักษาผิวหนังด้วยชีวสาร (biologically active skin medications) ขณะนี้ดร.แดรลอสดำรงตำแหน่งคณะกรรมการตจแพทย์กิตติมาศัพท์ที่ ไฮท์ พ้อยท์, นอร์ธ แคโรไลน่า และเป็นแพทย์ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะตจวิทยาที่สถาบันการแพทย์ มหาวิทยาลัยเวค ฟอเรส

Divider