รู้ทันเบาหวาน

เรื่องหวานๆ... ที่กลายเป็นความขมของชีวิต

the-source-26-01

เบาหวาน คือ ภาวะของคนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง จัดว่าเป็นโรคยอดฮิต 1 ใน 10 ของโรคที่คุกคามคนไทยมากที่สุด โดยข้อมูลของสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation; IDF) รายงานสถานการณ์โรคเบาหวานในปี 2558 ว่ามีผู้เป็นเบาหวานทั่วโลกมากถึง 387 ล้านคน1 ซึ่งจำนวนของผู้ที่เป็นเบาหวานก็เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปีอีกด้วย สาเหตุสำคัญคือการไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือไม่ทราบว่าตัวเองเป็นเบาหวาน และการที่เป็นเบาหวานแล้วไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน และความสูญเสียอวัยวะที่สำคัญ เช่น ตาบอด การถูกตัดขา ไตวาย และการเสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคหัวใจ และหลอดเลือด2

the-Source-26-02

 

รู้อย่างนี้แล้ว เรามาปฏิบัติตัวให้ห่างไกลโรคเบาหวานกันเถอะ

 

1. ลดการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม ขนม เพราะของหวานเหล่านี้จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในเวลาเพียงไม่นาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

the-Source-26-04

 

2. ลดการบริโภคอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว มันฝรั่ง เนื่องจากอาหารกลุ่มนี้จะเปลี่ยไปเป็นน้ำตาล ซึ่งส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ถ้าจะทานให้เลือกเป็นข้าวกล้อง ขนมปังธัญพืชแทน

3. รับประทานผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม ผลไม้ทุกชนิดมีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบในปริมาณที่แตกต่างกันไป แต่ก็อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นขอเพียงแค่จำกัดปริมาณผลไม้ที่รับประทานแต่ละมื้อให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

the-Source-26-05

4. รับประทานผักอย่างสม่ำเสมอ ผักเป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตในปริมาณน้อย อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่ช่วยชะลอน้ำตาลในเลือด จึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ควรรับประทานผักในรูปของผักสด หรือผักต้มทุกมื้อ แต่ระวังผักบางประเภทที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น เผือก ฟักทอง มันฝรั่ง เป็นต้น

 

5. วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันการเกิดโรคประสาทและโรคหลอดเลือด ซึ่งเป็นโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน3

the-Source-26-06

 

6. ชาเขียว ช่วยเพิ่มการตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น แต่ควรเลือกชาเขียวที่ปราศจากคาเฟอีน เพื่อสุขภาพที่ดี4

 

7. เห็ดหลินจือแดง งานวิจัยพบว่าการทานเห็ดหลินจือแดงอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้5

 

8. เห็ดถั่งเช่า หรือที่รู้จักกันว่า ไวอากร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย จัดเป็นสมุนไพรที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน นอกจากจะมีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายแล้ว เห็ดถั่งเช่ายังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย6

 

9. ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงาน จึงทำให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น ซึ่งสามารถเลือกวิธีการออกกำลังกายตามความชอบได้เลย ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ ระยะเวลาอย่างน้อย 30 นาที/ครั้ง ให้หัวใจเต้นแรงขึ้นประมาณ 130 ครั้ง/นาที และออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

the-Source-26-03

References

1 สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation; IDF)

2 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) 

3 Sene CM, et al. BBA Molecular Basis of Disease. 12: 2216–2231, 2013

4 Pharmanex China Pharmacology Center

5 Medical Institute at National Taiwan University

6 Zhu, et al. FASEB J. 16(4): A628, 2002

Divider