ลาขาดความอ้วน....คุณทำได้

ลาขาดความอ้วน....คุณทำได้

thesource20-0

ถ้าคุณกำลังเผชิญกับความอ้วน หรือมีหุ่นที่ไม่ได้ดั่งใจ และก็อาจจะเคยตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆ ว่า “กินก็น้อยทำไมอ้วน?” “ก็อดอาหารนะ แต่ทำไมไม่ผอม?” และเป็นคำถามที่ไม่เคยพบกับคำตอบ นานๆ เข้าก็คุ้นชินกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ซ้ำร้ายบางคนตามใจปาก ตามใจเทศกาลปล่อยให้ความอ้วนเพิ่มพูน โดยไม่ได้คำนึงถึงผลเสียของการมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน ที่ส่งผลร้ายต่อร่างกายมากกว่าแค่เรื่องความสวยงามของรูปร่างภายนอกเท่านั้น เพราะความอ้วนมักมาพร้อมกับโรคร้ายมากมาย มาดูกันว่า ความอ้วน ส่งผลเสียต่อสุขภาพขนาดไหน...

 

thesource20-2

ถ้าพูดถึงโรคที่มากับความอ้วน “โรคหัวใจและหลอดเลือด” คงจะถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะเป็น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดหัวใจตีบตัน ไปจนถึงหัวใจวาย เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ไขมันที่สะสมในร่างกายมากเกินไป อาจไปสะสมอยู่ตามหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแคบลง หัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย หรือหนักเข้า ไขมันอาจสะสมจนปิดกั้นทางเดินของเลือดเลยก็ว่าได้
 

นอกจากนี้ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ยังทำให้ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อเท้า ต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะยืนหรือเดินก็ตาม ทำให้คนอ้วนมักมีปัญหาในเรื่องของการปวดข้อ ปวดขา ตามมา
 

ด้านสุขภาพจิตใจก็สำคัญไม่แพ้กัน คนอ้วนมักรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมเท่ากับคนรูปร่างปกติ รวมถึงบางอาชีพยังจำกัดในเรื่องความสมส่วนของรูปร่างอีกด้วย ทำให้คนอ้วนเกิดปัญหาทางด้านจิตใจ
 

รู้อย่างนี้แล้ว มาตัดวงจรความอ้วนกันเถอะ

 

thesource20-3

1) เริ่มต้นด้วยการ “หยุดกินเกิน” ยิ่งในปัจจุบัน อาหารฝรั่งอย่างเฟรนช์ฟราย เบอร์เกอร์ พิซซ่า น้ำอัดลม หรืออาหารบุฟเฟ่ต์ ที่ดึงดูดใจให้เราควักกระเป๋าจ่ายเพื่อความอร่อยและความคุ้มราคา มักนำมาซึ่งปริมาณและแคลอรี่ที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย ทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

เทคนิคง่ายๆ ที่ทำให้เราบริหารจัดการการกินได้ง่ายขึ้น ด้วยหลัก 3-3-3-3

3 แรก คือ อาหารจำพวก “คาร์โบไฮเดรต” อย่าง ข้าว แป้ง น้ำตาล ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง รับประทาน 3 อุ้งมือต่อวัน

3 ถัดมา หมายถึง อาหารกลุ่ม “โปรตีนเนื้อสัตว์” ควรเลือกเนื้อไร้ไขมัน เพื่อความเฟิร์มของกล้ามเนื้อ โดยรับประทาน 3 กำมือต่อวัน

3 ต่อมา คือ “โปรตีนจากพืช” ได้แก่ ถั่ว เห็ด คะน้า บร็อคโคลี่ ซึ่งให้โปรตีนที่จำเป็นเช่นเดียวกัน ให้กินเท่ากับโปรตีนเนื้อสัตว์ คือ 3 กำมือต่อวัน

3 สุดท้าย คือ “ผักและผลไม้” อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และใยอาหารที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก รับประทานวันละ 3 ฝ่ามือพูนๆได้เลย

thesource20-4

แล้วอย่าลืมเลือกอาหารประเภท นึ่ง ต้ม อบ จะดีกว่าการชุบแป้งทอด หมักดอง ทอดกรอบ เพียงแค่นี้ เราก็จะไล่ส่วนเกินย้วยๆออกจากร่างกายเราได้แล้ว

 

2) ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ก็ช่วยให้มีรูปร่างที่ดีได้เช่นกัน มาดูหลักการออกกำลังกายง่ายๆ ด้วยหลัก 3-3-3-3 กันเถอะ

3 แรก คือ ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์

3 ถัดมา หมายถึง ออกกำลังกายในแต่ละครั้ง ใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที

3 ต่อมา คือ การออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ ควรให้มีอัตราการเต้นของหัวใจ 130 ครั้ง/นาที

3 สุดท้าย เป็นการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน

 

3) เลือกตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างอาหารเสริมที่สามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญแก่ร่างกาย เพื่อเอาไขมันส่วนเกินออก และช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ ที่มีส่วนช่วยให้ร่างกายเฟิร์มกระชับมากขึ้น ที่สำคัญช่วยควบคุมสภาพจิตใจให้สามารถเข้าโปรแกรมควบคุมน้ำหนักได้ลุล่วง การควบคุมน้ำหนักที่ดีจะต้องค่อยเป็นค่อยไป หากใช้ตัวช่วยที่ทำให้น้ำหนักลดลงอย่างฮวบฮาบในเวลาเพียงสั้นๆไม่กี่วัน อาจทำให้เกิดผลร้ายตามมา ทั้งอารมณ์ที่หงุดหงิดง่าย เบลอ และน้ำหนักที่กลับคืนมามากกว่าเดิม หรือที่เรียกกันว่า “โยโย่ เอฟเฟ็กส์”

 

ไขมันส่วนเกิน ไม่สามารถออกไปจากร่างกายของคุณได้ในเวลาชั่วข้ามคืน ดูแลรูปร่างตั้งแต่วันนี้ ด้วยหลักการง่ายๆข้างต้น เชื่อเถอะว่าคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่น่ามหัศจรรย์ ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ...

เริ่มต้นกับ นู สกิน สมัครเป็น แบรนด์ แอฟฟลิลิเอต