รู้ไว้ ห่างไกลโรคตับ

รู้ไว้ ห่างไกลโรคตับ

thesource18-1


รู้หรือไม่... ภาวะตับอักเสบ สามารถนำไปสู่การเกิดตับแข็งและมะเร็งตับตามมาได้
ตับ เป็นอวัยวะภายในขนาดใหญ่ ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก  และยังเป็นอวัยวะเดียวของร่างกายที่สามารถงอกขึ้นมาทดแทนส่วนที่เสียหายได้อีกด้วย เซลล์ตับทำหน้าที่หลายด้าน เช่น ทำลายสารพิษ สังเคราะห์โปรตีน สารอาหาร สะสมวิตามิน หลั่งน้ำดี ซึ่งมีความสำคัญในการช่วยย่อยไขมันให้มีขนาดเล็กลง เป็นต้น
แม้ว่าตับจะฟื้นฟูตัวเองได้ในระดับหนึ่ง แต่หากพบปัจจัยเสี่ยงมากๆ ก็จะทำให้เกิดผลเสียต่อตับได้ การเสื่อมของตับมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง และยังเป็นภาวะที่นำไปสู่การเสียชีวิตได้ง่าย โรคหรือความผิดปกติของตับที่พบได้บ่อย ได้แก่
 

ตับอักเสบ คือ ภาวะที่มีการอักเสบ เกิดการถูกทำลายของเซลล์ตับ ทำให้การทำหน้าที่ต่างๆของตับผิดปกติไป แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

1 ตับอักเสบเฉียบพลัน มีลักษณะดังนี้เซลล์ตับอักเสบอย่างรวดเร็ว

  • ตับเกิดความเสียหายเป็นวันหรือสัปดาห์
  • หายได้เอง (แต่ถ้าเป็นรุนแรงอาจตับวาย)
  • สาเหตุเกิดจาก การติดเชื้อไวรัส หรือ การรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาด

 

2 ตับอักเสบเรื้อรัง มีลักษณะดังนี้

  • ตับเกิดความเสียหายนานอย่างน้อย 6 เดือน
  • โครงสร้างตับเปลี่ยนแปลงถาวร
  • สาเหตุเกิดจากพิษสุราเรื้อรัง

 

ตับแข็ง เป็นโรคเรื้อรังของเซลล์ตับ ที่มีลักษณะเฉพาะคือ การมีเนื้อเยื่อพังผืดเกิดขึ้นในตับ ทำให้ตับเสียการทำงานลงไป ตับแข็งนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วมักไม่สามารถกลับเป็นปกติได้ การรักษาจึงมักมุ่งไปที่การยับยั้งการดำเนินโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อน หากเป็นมากอาจมีทางเลือกในการรักษาเพียงทางเดียวคือการผ่าตัดเปลี่ยนตับ

 

 

thesource18-222


อาการที่พบ ได้แก่ อ่อนเพลีย ผอม เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำๆ มีผื่นรูปใยแมงมุมบริเวณฝ่ามือ และปลายนิ้วจะมีสีแดงจัด
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดตับแข็ง ได้แก่

  • การดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • มีประวัติสัมผัสไวรัสตับอักเสบ (B หรือ C), การได้รับเลือด, การสัก
  • มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคตับ

 

 

มะเร็งตับ เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ตับกลายเป็นเซลล์มะเร็ง มีการแบ่งตัว และแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น

อาการที่พบ ในระยะแรกจะไม่ค่อยแสดงอาการ เมื่อเป็นมากขึ้นอาจมีอาการปวดท้อง น้ำหนักตัวลด อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร มีไข้ คลำพบก้อนเนื้อบริเวณตับ ตัวเหลืองและตาเหลือง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งตับ ได่แก่

 

  • ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือซี
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • ภาวะตับแข็ง
  • โรคทางพันธุกรรม

โรคเหล่านี้คงไม่มีใครอยากเป็น ดังนั้น เรามาบำรุงตับกันดีกว่า ก่อนจะสายเกินไป

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  • เลือกเวลานอนให้เหมาะสม ควรนอนก่อนห้าทุ่ม เพราะเป็นเวลาที่ตับจะซ่อมแซมตัวเอง
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ไม่ใช้ยาเกินความจำเป็น เนื่องจากยาหลายๆตัวจะถูกแปรสภาพและสะสมที่ตับ
  • ตรวจการทำงานของตับและตรวจคัดกรองมะเร็งตับสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารบำรุงตับ เช่น
        - สารสกัดเห็ดหลินจือ: ลดการอักเสบของตับ ช่วยบำรุงการทำงานของตับและไต โดยมีการศึกษาหนึ่งพบว่า สารสกัด       เห็ดหลินจือช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกชนิดมะเร็งตับและมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนในหนูทดลอง*
        - สารสกัดจากชาเขียว: ปกป้องและส่งเสริมการทำงานของเซลล์ตับในการกำจัดสารพิษ และมีการศึกษาว่าเมื่อให้ร่วม         กับสารสกัดเห็ดหลินจือจะเสริมฤทธิ์กันในการต่อต้านเซลล์มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนในหนูทดลองและมีฤทธิ์ลดขนาดก้อน มะเร็งด้วย**        
        - โอเมก้า 3: เป็นสารต้านอนุมูลอิสระต้นเหตุของโรคเรื้อรัง
        - อาร์ติโชค: บำรุงตับ เสริมการทำงานของถุงน้ำดี ป้องกันตับอักเสบ
        - ลูกใต้ใบ: มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส
        - พริกไทย ผักบุ้ง และขมิ้นชัน: ช่วยป้องกันการถูกทำลายของเซลล์ตับ

 

ที่มา
*Daneil Sliva, et al., 2003. The Journal of Alternative and Complementary Medicine. 2003; 9(4): 491-7
**Wei Chen, et al., 2007. Synergy of a Ganoderma lucidum Extract ReishiMax and Green Tea Polyphenols Tegreen in Ani-cancer in a S180-Inoculation Model.

Divider