หน้าหมองคล้ำ หนึ่งในปัญหาของผู้สูงวัย

หน้าหมองคล้ำ หนึ่งในปัญหาของผู้สูงวัย

โดยธรรมชาติผิวหนังของคนเราในวัย 20 ปี จะมีการผลัดเซลล์ผิวทุก 3-4 สัปดาห์ และเมื่ออายุของคนเรามากขึ้น ความสามารถและประสิทธิภาพการแบ่งตัวของเซลล์จะลดน้อยลง   เซลล์เก่าที่ตายแล้วซึ่งจะมีมากถึง 25-30 ชั้นมักจะไม่ยอมหลุดลอกออกไปง่ายๆ แต่กลับจะเกาะรวมกันไม่ยอมให้เซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ใบหน้าที่หมองคล้ำด้วยแสงแดดและมลภาวะยิ่งดูแย่ขึ้นไปอีก เป็นผลให้ระยะเวลาในการผลัดเซลล์ผิวยาวนานขึ้นเรื่อยๆ เช่นเมื่ออายุ 70 ปี จะผลัดเซลล์ผิวทุก 7 สัปดาห์ก็เป็นได้
 

  ในการผลัดเซลล์ผิวใช้เวลาแตกต่างตามลักษณะเฉพาะผิวของแต่ละบุคคล เช่น ผู้ที่มีผิวมัน การผลัดเซลล์จะเกิดขึ้นได้ช้ากว่าผู้ที่มีผิวแห้ง เพราะว่าคนที่มีผิวมันนั้น ผิวจะมีปริมาณซีบลั่ม (Zebrum) อยู่มาก ซึ่งจะเคลือบอยู่บริเวณผิวชั้นนอกทำให้ชั้นผิวสามารถเกาะติดกัน นอกจากนี้ ยังป้องกันการสูญเสียน้ำของเซลล์ผิว 

หน้าหมองคล้ำ

ในการเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวจะทำได้ด้วยวิธีการหลัก 2 วิธีคือ

Mechanical Exfoliants ทำงานโดยใช้แรงทางกายภาพในการขัดถูเซลล์เสื่อมสภาพให้หลุดออกไป ทำได้โดย

 

  1. การขัดผิวหรือสครับผิว จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปและเซลล์ผิวใหม่เติบโตเต็มที่อยู่บนชั้นบนสุดของผิวหนัง (ผิวชั้นนอก) โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอก

  2. Microdermabrasion เป็นการกรอผิวด้วยผงคริสตัล ซึ่งเป็นการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนสุดหรือชั้นขี้ไคลให้หลุดออกไป การกรอผิวด้วยผงคริสตัลเป็นวิธีที่อ่อนโยน แต่วิธีการนี้มีค่าใช้จ่ายสูง
 
Chemical Exfoliants แบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ ก็คือ AHAs และ BHA ทำงานโดยทำให้สารลักษณะคล้ายกาวที่ยึดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพซึ่งติดกันแน่นให้คลายตัวออก ส่งผลให้ขี้ไคลหลุดลอกออกได้ง่ายขึ้น และผลของการใช้ Chemical Exfoliants ยังไม่หมดแค่เพียงการผลัดเซลล์ผิวภายนอกเท่านั้น มันยังมีประโยชน์กับผิวด้านอื่นๆ ซึ่งแตกต่างกันไปตาม Chemical Exfoliants ที่ใช้

หากเราสามารถดูแลการผลัดเซลล์ผิวให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าวัยไหนผิวก็จะเนียนสดใสอยู่เสมอ
Divider