คุณศิวาภรณ์ สุรทศพร

ดิฉันก็คงเหมือนครอบครัวทั่วไปที่ได้รับการปลูกฝังจากคุณพ่อคุณแม่มาตลอดว่า ให้เรียนจบสูงๆ ทำงานดีๆ สุดท้ายก็ได้ทำงานบัญชีตามที่เรียนมาทั้งๆ ที่ใจไม่ได้อยากเป็นลูกจ้างใคร  ยิ่งตอกย้ำว่า ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ทำงานไม่มีความสุข คอยแต่มองนาฬิกาว่า เมื่อไหร่จะเลิกงาน จนวันนึงตัดสินใจทำธุรกิจส่วนตัว  เปิดร้านกาแฟ แต่เปิดได้แค่4 เดือนก็ปิด  มีเงิน แต่ไม่มีเวลา ปัญหาเรื่องการบริหารตามมาติดๆ สุดท้าย ทำงานทั้งงานประจำและธุรกิจส่วนตัว ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ไม่มีความสุข ไม่มีอิสระ 

 

จุดเปลี่ยนของดิฉันเกิดจากการเปิดรับโอกาสทางธุรกิจ ที่เพื่อนมาแนะนำ เริ่มต้นจากการทดลองใช้เครื่องกัลวานิค ซิสเต็ม ที่เห็นความแตกต่างภายใน 5 นาที คิดว่า ถ้าเราพูดไม่เก่ง ก็น่าจะทำได้ จึงตัดสินใจ ทำควบคู่กับงานประจำ ใช้เวลาเพียง 6 เดือนแรก จนมีรายได้หกหลัก (สามเท่าของงานประจำ) จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ 

 

ไม่ว่าจะตั้งเป้าหมายใหญ่แค่ไหน ไม่ว่าเจออุปสรรคมากเท่าไร 

ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ ถ้ายังทำทุกอย่างด้วยความสุข

 

และด้วยความเชื่อ และมุ่งมั่นในธุรกิจ นู สกิน วันนี้ความฝันหลายอย่างของดิฉันเป็นจริง ทั้งคอนโดติดรถไฟฟ้าที่สาทร  รถคันแรก  ได้เดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก และอีกหลายๆ อย่างที่ไม่เคยได้จากธุรกิจไหนมาก่อน

 

ปัจจุบันทำธุรกิจ นู สกินมา 5 ปี  รู้สึกว่าได้ชีวิตใหม่ ได้ทำงาน อย่างอิสระ สามารถกำหนดชีวิตเราเองได้ แต่ละวัน อยากทำงานที่ไหน เมื่อไรก็ได้  ได้ไปเที่ยว ได้มีเวลาดูแลคุณพ่อคุณแม่  มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่เคยรู้สึกว่าการทำ นู สกิน คือการทำงาน แต่ นู สกิน คือชีวิตประจำวันของดิฉัน  จะไปช้อปปิ้ง ทำผม  ไปเที่ยว ก็สามารถชวนใครๆ ก็ได้  มีแต่คนอยากมาทำธุรกิจด้วยกัน  ถ้าวันนี้เราได้ทำงานที่เรารัก รักในงานที่เราทำ จากที่คนไม่พูดไม่กล้าแสดงออก ตอนนี้ก็ได้พัฒนาตัวเอง ได้ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ นู สกิน เป็นเหมือนครอบครัว เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง  มีความสุขทุกครั้งที่ได้เข้ามาที่บริษัท ได้เจอเพื่อนๆพี่ๆ ทุกคน เพื่อนร่วมงาน ผู้แทนจำหน่ายทุกคนคอยช่วยเหลือ คอยให้กำลังใจกัน มีมิตรภาพที่ดี เพิ่มขึ้นทุกวัน ธุรกิจนี้ได้สร้างคุณค่าให้กับตัวเองและผู้อื่น  เป็นคุณค่าที่หาจากธุรกิจอื่นไม่ได้ 

Divider