คุณชญษร สมเกียรติกุล และ คุณธนกฤต สมเกียรติกุล

คุณชญษร : ทำธุรกิจมาหลายอย่าง เพราะที่บ้านมีพื้นฐานมาจากการเป็นเจ้าของธุรกิจ ตอนกลับมาจากอังกฤษใหม่ๆ ทำงานเป็นลูกจ้าง 6 เดือนก็ลาออก ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจออกแบบร่วมกับสามี เพราะเป็นคนรักอิสระมาก ไม่สามารถทนต่อการตอกบัตร เช้า – เย็น รถติดวันละ 2 – 3 ชม แต่ขึ้นชื่อว่าทำธุรกิจย่อมมีโอกาสทั้งรวยและจน ชีวิตผ่านมาหมดแล้ว จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เกิดภาวะต้มยำกุ้ง เศรษฐกิจประเทศไทยล่มสลาย ธุรกิจส่วนใหญ่เกิดปัญหาหมด แม้กระทั่งธนาคารและไฟแนนซ์ยังต้องปิดกิจการกว่า 50 แห่ง จังหวะนั้นมีพี่ท่านนึงซึ่งเคารพนับถือกันตั้งแต่อยู่อังกฤษ และตำแหน่งท่านก็ใหญ่โตเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ได้ชวนให้มารู้จักกับธุรกิจนู สกิน จริงๆ ดิฉันเป็นคนปิดใจกับธุรกิจเครือข่ายแบบนี้มาก เพราะไม่ชอบยุ่งกับใคร ไม่ชอบงอนง้อใคร ไม่ชอบตื้อใคร และไม่ชอบขายใคร แต่หลังจากได้ฟัง ได้ศึกษาข้อมูล จึงได้เห็นโอกาสเกี่ยวกับธุรกิจนู สกิน 

ด้วยนิสัยเป็นคนกล้าลองถ้าเห็นโอกาส หลังจากศึกษาข้อมูลจนมั่นใจว่า นู สกินเป็นบริษัทที่มีประวัติดี สินค้าดี จึงกล้าตัดสินใจทำ ต้องบอกว่า ตัวเองเป็นคนโชคดีมาก ที่ตัดสินใจทำธุรกิจเครือข่ายกับบริษัทนู สกิน จากวันที่ตัดสินใจทำ จนวันนี้ 17 ปีเต็ม ไม่เคยรู้สึกผิดหวัง

 

คุณธนกฤต ผมเป็นผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นกว่าใคร ตั้งแต่สมัยเรียน เรียนไม่ได้เก่ง เพื่อนไม่เยอะ คุยก็ไม่เก่ง กิจกรรม กีฬาก็เฉยๆ และมีชีวิตเรียบง่ายเหมือนวัยรุ่นทั่วไปมาโดยตลอด พอเรียนจบก็ลองไปหางานทำตามสายงานที่เราเรียนมา ไปสมัครงานพอเห็นเงินเดือนที่เราจะได้หลังจากตรากตรำร่ำเรียนมานาน เค้าเสนอให้ที่ 8,500 บาท ก็แทบไม่ต้องคิดเลยว่าจะทำหรือไม่ทำ ไม่ทำแน่นอน ผมถือว่า ถ้าผมจะต้องเหนื่อย ต้องลงแรงซักครั้ง สิ่งที่ได้กลับมาต้องคุ้มค่า ก็กลับมานั่งคิดว่าเราจะทำงานอะไรดี ระหว่างที่กำลังเลือกว่าจะทำงานอะไรที่ไหน ก็ได้รู้ความจริงอย่างนึงที่คุณแม่ของผมไม่เคยบอกผมมาก่อน เป็นความจริงที่ทำให้ผมช็อคทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน นั่นคือ คุณแม่ผมบอกว่าบ้านเรามีหนี้สินอยู่มหาศาล วันนั้นทำให้ผมต้องกลับไปคิดว่า เราจะช่วยเรื่องหนี้สินที่บ้านยังไงได้บ้าง คิดได้อย่างเดียวว่า ต้องทำธุรกิจ เพราะเงินจากงานประจำ ไม่มีทางช่วยบ้านผมได้แน่ๆ แต่จะทำธุรกิจ เราต้องใช้เงิน ประสบการณ์ และความรู้ ซึ่งผมยังไม่มี แล้วผมก็คิด ได้สิ่งหนึ่ง คุณแม่ผมก็ทำธุรกิจนู สกินอยู่แล้ว สินค้าเราก็ใช้มาโดยตลอด ช่วงนั้นมีสินค้าใหม่เพิ่งเข้ามาไม่นาน นั่นคือเครื่อง กัลวานิค สปา ผมรู้เลยว่าเครื่องนี้มันต้องขายได้แน่ๆ ถ้าของขายได้เงินก็มา ธุรกิจก็เกิด นั่นคือการตัดสินใจครั้งแรกที่จะก้าวเข้ามาศึกษาธุรกิจนี้อย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากเข้ามาดูบริษัท ฟังข้อมูล ศึกษาหลายๆ ช่องทางด้วยตัวเอง ข้อมูลบริษัททุกๆอย่างทำให้ผมยิ่งมั่นใจว่า นูสกินนี่แหล่ะ คือธุรกิจที่ผมเลือกที่จะทำอย่างแน่นอน 
 

ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจทำ จนถึงวันนี้ 7 ปีมาแล้ว สิ่งที่ผมได้จากธุรกิจนูสกิน ต้องบอกเลยว่า ทุกๆอย่างในชีวิตผมในวันนี้ ทุกๆอย่างจริงๆ มาจากนูสกิน 100% ที่บ้านปลดหนี้สิน ฐานะการเงินที่ดีขึ้น แต่นอกเหนือจากนั้นคืออิสรภาพที่ผมสามารถเลือกเวลาได้ว่าเราจะทำงานเมื่อไหร่ กี่ชม. นานแค่ไหน โดยที่ไม่ถูกกำหนด และการพัฒนาตัวเองในทุกๆด้าน ภาวะผู้นำ และสิ่งที่ผมมองเห็นคือครอบครัวที่กลับมามีรอยยิ้ม และบ้านหลังใหม่ที่ได้จากรายได้นู สกินทุกบาททุกสตางค์ 
 

ถ้าคุณกำลังจะตัดสินใจว่าจะทำดีมั้ย หยุดคิดเถอะครับ แล้วพิสูจน์ด้วยการทำดูซักตั้ง จะได้รู้ว่าเราทำได้หรือไม่ได้ ทำไม่ได้ชีวิตเราก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป แต่ถ้ามันดันทำได้และทำได้ดีหล่ะ ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
 

กลยุทธ์ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ

1. มีเป้าหมาย ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อครอบครัว จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะฟันฝ่าอุปสรรคและมีความอดทนอย่างมากมาย

เชื่อมั่นในตัวเองว่า เราทำได้แน่นอน ไม่มีวันยอมแพ้

2. ทำงานอย่างสม่ำเสมอและมีทัศนคติบวกถูกต้อง

3. มีความรักในบริษัท เพราะเราคือเจ้าของ เราเป็น partner กับบริษัทนูสกิน

4. ทำงานเป็นทีมให้เป็นและพัฒนาภาวะผู้นำ

Divider