คุณศรุชา ดลปริพัตร และ คุณพีรศักดิ์ วิทยเจริญพงษ์

"วันนี้ทำอะไรไม่สำคัญ เท่ากับทำแล้วได้อะไร"

 

ดิฉันเป็นเด็กต่างอำเภอ  มีความฝันว่าเรียนจบ อยากได้งานดีๆ เงินเดือนเยอะๆ อยากมีรถยนต์ขับ อยากมีบ้านในเมือง และอยากเลี้ยงดูพ่อแม่ จบมาก็ทำงานประจำเป็นนักบัญชี เงินเดือนหมื่นกว่าบาท ทำงาน 8 โมงเช้า ทำโอทีเลิก 2 ทุ่ม เกือบทุกวัน สุขภาพแย่ลง ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง สิวขึ้นเต็มหน้า ทำงานประจำเกือบ 2 ปี มีเงินเก็บไม่ถึงหมื่น ความฝันที่จะมีรถ มีบ้านมันเลือนลาง  

 

มีโอกาสได้ลองใช้สินค้า นู สกิน จากคำแนะนำของเพื่อน เกิดความเปลี่ยนแปลงกับตัวเองจนคนรอบข้างทัก เลยเห็นโอกาสที่จะสร้างรายได้จากสินค้าที่มีคุณภาพ  จึงตัดสินใจทำธุรกิจ เพราะความประทับใจในสินค้า และรู้สึกว่างานประจำไม่สามารถตอบโจทย์ความฝันได้

ดิฉันเริ่มทำธุรกิจ นู สกิน ตอนอายุ 22  ปี ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้มีความพร้อมอะไรเลย ไม่มีเวลา หน้าเป็นสิว  พูดก็ไม่เก่ง แต่มีความเชื่อว่าธุรกิจนี้เปลี่ยนชีวิตดิฉันได้ เพราะสินค้าเปลี่ยนดิฉันให้ดูดีขึ้นได้ ดิฉันใช้เวลาหลังเลิกงาน เรียนรู้ ศึกษาธุรกิจนี้เพียง 6 เดือน สามารถเก็บเงินก้อนแรกจากธุรกิจ นู สกิน ซื้อรถคันแรกได้ ทำให้เกิดความมั่นใจในธุรกิจ จึงตัดสินใจลาออกจากงาน และเลือก นู สกิน เป็นอาชีพสุดท้าย

ปัจจุบันดิฉันมีอิสระทางการเงินและเวลาอย่างที่ฝันไว้ มีบ้านเป็นของตัวเอง สร้างบ้านด้วยเงินสดให้แม่หลักล้าน สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้อย่างสุขสบาย มีรถในฝัน (SLK) ก่อนอายุ 30 และมากกว่านั้นยังได้มีโอกาสแบ่งปัน และส่งต่อความสำเร็จ ช่วยสานฝันให้ผู้คนอีกมากมาย เวลาที่เหลือคือกำไรชีวิตที่ไก่คงหาไม่ได้จากงานอื่น ถ้าไม่ใช่ นู สกิน

Divider