คุณนิราภร แก้วทิพยเนตร์ และ คุณจิราภรณ์ ภักดีพันธ์

คุณนิราภร แก้วทิพยเนตร์
คุณจิราภรณ์ ภักดีพันธ์ Blue Diamond, Nov 2010

พื้นฐานเป็นคนรักความอิสระ ชอบท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่ต้องการทำงานเป็นลูกจ้างหรือให้ใครมากำหนดหรือ limit ความสามารถ รวมทั้งได้เรียนรู้จากครอบครัวว่าการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องลงทุนทั้งเงิน แรง และไว้ใจคนอื่นลำบาก อาจเสียญาติ หรือ เพื่อนฝูงได้

ตอนที่ทำงานองค์กร ก็ถือว่าทำงานได้ดั เจ้านายรัก ได้รับโบนัสเยอะ และ งานเดือนขึ้นมากกว่าเพื่อนร่วมงาน แต่ ก็มองหาโอกาสทางธุรกิจมาตลอด และได้
คำตอบว่างานประจำไม่สามารถตอบโจทย์สิ่งที่ต้องการในชีวิตได้ เนื่องจากบางครั้งถูกกำหนดด้วยวัยวุฒิ รวมทั้งมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง เชื่อมั่นว่าตนเองสามารถประสบความสำเร็จได้ดีกว่าการที่จะให้คนไม่กี่คน กำหนดความก้าวหน้าของตนเอง  ตนเองใช้ นู สกิน มาตั้งนานมาเป็น 10 ปีแล้ว และมีเพื่อนหลายคนถามเคล็ดลับความอ่อนเยาว์ ทำให้ดิฉันมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ว่าสามารถทาให้ดิฉันดูดีอย่างนี้ได้ตลอดไป และรู้ว่า นู สกิน ซึี่งเป็นบริษัทที่มั่นคงระดับโลก สามารถทำธุรกิจทีไหนก็ได้ เนื่องจากตนชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วย และ นู สกิน ที่สามารถสร้างรายได้ที่ไม่มีเพดาน ทำให้เมื่อ 5  ปี่ที่แล้วดิฉันได้ตัดสินใจศึกษา นู สกิน อย่างจริงจัง รวมทั้ง ศึกษา แนวการธุรกิจแบบเครือข่าย ตอนที่อยู่ ประเทศออสเตรเลีย จากข้อมูลทุกอย่างที่ได้รวบรวมแล้วทำให้ตัดสินใจทำธุรกิจและเชื่อว่าบริษัทนูสกิน ซึ่งเป็นบริษัทระดับ world class เป็นบริษัทที่เหมาะสมที่สุดที่ดิฉันจะทำธุรกิจด้วย



แรงจูงใจที่ทำนูสกินประสบความสำเร็จ

ต้องขอบคุณ upline คือคุณจิราวรรณ และ ตฤน วิชัยดิฐ ที่คอยให้ความรู้ กำลังใจ และ สอนทุกสิ่งอย่างที่ทำให้ดิฉันประสบความสำเร็จ เป็นเสมือนพี่สาว พี่ชาย พ่อ และ แม่ รวมทั้งเพื่อนที่ดีที่สุด

แรงจูงใจ


 

1. Make decision beyond the line. สำหรับตนเอง ข้อนี้สำคัญที่สุด เป็นการตัดสินใจแบบไม่ถอย และจะทำทุกอย่างให้ประสบความสำเร็จ

 


2" กล้าที่จะประกาศเป้าหมายของตนเอง ให้คนอื่นรับรู้ คือเป็นคนทำอะไรต้องได้ ไม่ยอมเสียหน้า รวมทั้งเป็นการตอกย้ำเป้าหมายของตนเองด้วย

 


3" ดูจากตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จ เห็นคนหลายคนที่อาจมี โอกาส หรือ connection น้อยกว่าเรายังประสบความสำเร็จได้เลยยิ่งมั่นใจว่าตนทำได้

4" เลือกที่จะเป็นคนที่ประสบความสำเร้จ จากงานวิจัยด้านธุรกิจเครือข่ายที่ทำตอนเรียนที่ออสเตรเลีย พบว่า มีเพียงแคคน 3% ประสบความสำเร้จในธุรกิจนี้   ส่วนคนทืีเหลืออีก 97 % ล้มเลิกไปก่อน ถ้าไม่เลิกยังไงก็สำเร็จแน่นอน



Divider