ดร.ทนพญ. ชวนชม มวลประสิทธิ์พร และ คุณรัตนาภรณ์ สง่าแสง และ คุณชนะ โลหะทรัพย์ทวี

ตอนเริ่มทำงานประจำ เคยมองว่าเงิน 1 ล้านบาทแรก เราจะต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะเก็บได้ พอคิดแล้วก็เลยไปเปิดบัญชีเงินฝากประจำ คิดว่าถ้าฝากเดือนละ 5,000 บาท 1 ปีก็จะเก็บได้ 60,000 บาท ถ้าทำงานจนอายุ 60 ปี ก็จะมีเวลาเก็บเงิน 30 ปี ก็จะได้แค่ 1.8 ล้านบาท ทำไมมันช่างน้อยนิดอย่างนี้ แต่ที่แย่จริงๆ คือเราสามารถฝากได้แค่เดือนละ 1,000 บาทเท่านั้น ก็คงมีแค่ 360,000 บาท



คน ส่วนใหญ่ชอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าพออายุ 60 ปี คงมีเงินเก็บหลายสิบล้าน นั่นคือความฝันค่ะ ความจริงทำอย่างนั้นไม่ได้ แทนที่จะมีมรดกให้ลูกหลาย กลายเป็นว่าต้องเป็นภาระให้พวกเขาแทน และแทนที่เราจะเลี้ยงดูพ่อแม่ เลี้ยงดูลูกๆ ให้สุขสบายก็ไม่สามารถทำได้ งานประจำทำยังไงก็ไม่รวย ไม่มีการผ่อนแรง ไม่มีโอกาส เป็นรายได้ทางตรงอย่างเดียว ต้องทำงานเท่านั้นถึงจะได้เงิน


ก่อนที่ดิฉันจะมาพบกับ ธุรกิจ นู สกิน พยายามหาอะไรทำที่เป็นรายได้ต่อเนื่องที่จะมีเข้ามาโดยไม่ต้องทำงาน หรือหยุดทำงานแต่ก็ยังมีรายได้ที่จะใช้จ่ายไปสบายๆ ตลอดชีวิต อยากทำธุรกิจหลายอย่าง แต่ติดที่ไม่มีเงินลงทุน กลัวขาดทุน โชคดีที่เปิดใจรับโอกาสจากธุรกิจ นู สกิน เมื่อเข้าใจและศึกษารู้เลยว่านี่แหละคือธุรกิจที่เผ้ารอมานาน และเป็นพาหนะที่จะไม่ทำให้เราลำบากตอนแก่ด้วย รายได้จาก นู สกิน ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไป ทั้งความสุขสบาย สุขภาพก็ดี หน้าตาก็สวยขึ้น ได้เที่ยวระดับ 7 ดาว ไม่คิดว่าจะมีวันที่ทำรายได้สะสมได้มากถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐในเวลาเพียงไม่กี่ปี ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นร้อยล้านบาท ใช้แค่การลงทุนใจเท่านั้น แค่เชื่อมั่นทุกอย่างเราคือคนกำหนด


ธุรกิจ นู สกิน เป็นธุรกิจที่เราเลือกกำหนดได้ว่าเราจะทำมากทำน้อยแค่ไหน ทุ่มเทเท่าไหร่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือการงอกเงยของรายได้ของคุณทั้งนั้น ไม่เหมือนงานประจำ ทำมากก็ได้แค่เงินเดือน คุณตัดสินใจถูกแล้วค่ะ ที่เลือก นู สกิน เหลือแค่อย่าปล่อยโอกาสให้เงินล้านหลุดลอยไปนะคะ


ความสำเร็จ ในธุรกิจนี้ ไม่เกิดขึ้นเพราะคุณเป็นคนเก่ง แต่เกิดขึ้นได้จากความขยัน และไม่ยอมแพ้ แน่นอนว่าสิ่งตอบแทนไม่ใช่แค่จำนวนเงินที่จับต้องได้ แต่ที่มากกว่านั้นคือเราได้ช่วยให้คนที่เรารักได้รับความสุข ความสำเร็จ เหมือนตัวเรา ไม่มีธุรกิจไหนที่ทำให้เรากลายเป็นผู้ให้เหมือนธุรกิจ นู สกิน อีกแล้วค่ะ  




Divider