คุณภูมิพัฒน์ สุขเกษม และ คุณเพ็ญพิชญา สุขเกษม

คุณภูมิพัฒน์ สุขเกษม
คุณเพ็ญพิชญา สุขเกษม Blue Diamond, Feb 2009

จุดหมายปลายทางที่ทุกคนปรารถนา  

 

       
          เราดีใจและภูมิใจมากที่มาได้มาถึงจุดนี้   จุดที่คนทำนูสกินทุกคนปรารถนาจะเป็น  จุดที่คิดว่าเป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทาง  แต่พอได้มาถึงจริงๆก็พบเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเพราะสิ่งที่ได้มานั้น เป็นเพียงแค่ประกาศนียบัตรที่บอกว่าเราสอบผ่านในเบื้องต้น พร้อมที่จะลงมือปฏิบัติจริงได้แล้ว ที่ผ่านมานั้นคือกระบวนการเรียนรู้ ดังนั้นภาระหน้าที่ต่อไปของเราคือต้องช่วยคนอื่นๆให้ก้าวมาถึงจุดนี้ด้วย โดยการถ่ายทอดกระบวนการเรียนรู้นี้ให้เขาได้ทราบและนำไปปฏิบัติให้ได้ผลด้วย แค่อยากเป็นนั้นยังไม่พอ       

            อยากจะเป็นบลูไดมอนด์ ตั้งแต่วันแรกที่สมัคร นู สกิน แต่ทำมา 5 ปีก็ยังไปไม่ถึงไหน      เนื่องจากแค่ “อยากเป็น”นั้นยังไม่พอ แสดงว่ามันยังไม่สำคัญมาก หลังจากกลับมาจาก สัมมนา The Seed Power ที่ เก็นติ้งไฮแลนด์  ประเทศมาเลเซีย ในเดือนสิงหาคม 2551 ได้ตัดสินใจว่า “ต้องเป็นบลูไดมอนด์” เท่านั้น ไม่เป็นไม่ได้ พอตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่างก็ชัดเจน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องเดินหน้าเพื่อเป็นบลูไดมอนด์ให้ได้ โดยยึดหลักสุภาษิตที่ว่า “ล้มเมื่อเดินไปข้างหน้า   ยังดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่” และในที่สุดก็สามารถเป็นได้ภายใน 5 เดือน  
        

ปัจจัยที่สู่ความสำเร็จ

       ปัจจัยสู่ความสำเร็จของแต่ละคนอาจจะต่างกันบ้าง   แต่ปัจจัยหลักของเรามีอยู่ 5 ข้อคือ  


         1. ตัดสินใจ    เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หลายคนอาจจะบอกว่าตัดสินใจแล้ว แต่จริงๆแล้วอาจจะไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า “ตัดสินใจ” คืออะไร ในความหมายของเรา คำว่าตัดสินใจคือ “คุณกล้าเอาชีวิตเข้าแลก” เพื่อความสำเร็จหรือไม่    


         2. ตั้งเป้าหมาย   เป้าหมายนั้นต้องชัดเจน เพราะถ้าเป้าหมายนั้นชัดเจนอุปสรรคก็จะหนีจากเรา แต่ถ้าเป้าหมายไม่ชัดเจนอุปสรรคและข้ออ้างก็มันก็จะมีมาก   มากเสียจนทำอะไรไม่ได้เลย


         3. ใช้วุฒิธรรม 4  เพื่อสร้างทางลัดสู่ความสำเร็จ
                    1. หาครูดีให้พบ   
                    2. ฟังคำครูสอนให้ครบ
                    3. ตรองคำครูสอนให้ลึก
                    4. ทำตามคำครูสอนให้ครบ
                    สำหรับข้อ 1 นั้นทำได้ง่ายที่สุดเพราะว่าในนูสกิน  มีครูดีอยู่จำนวนมาก   และทุกคนพร้อมสอนให้ทุกอย่าง    แต่ที่ยากคือข้อ 2 ข้อ3 และข้อ4 ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราต้องทำเอง   ถ้าสามารถควบคุมตัวเองได้    ก็จะประสบความสำเร็จได้    

             4. สร้างทัศนคติบวก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องคิดบวกอย่างเดียว ให้ถือคติอย่างหนึ่งว่า “ในบวกมีลบ ในลบมีบวก” แต่เราต้องเลือกบวกอย่างเดียว ในบางครั้งอาจจะมีเรื่องลบเข้ามารบกวนบ้าง   วิธีแก้ก็คือให้หาเรื่องที่เราชอบที่สุดในชีวิตมาเรื่องหนึ่ง ทุกครั้งที่มีเรื่องลบเข้ามา  ถ้าหาทางออกไม่ได้ ก็ให้เอาเรื่องนี้มาคิดแทนโดยไม่ต้องสนใจว่าสองเรื่องนั้นมันจะเกี่ยวข้อง กันหรือไม่


             5. ทำ ทำ ทำ  เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด   เพราะปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างต้นจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย   ถ้าไม่ลงมือทำ ไม่อยากให้เราเป็นพวก NATO (No Action Talk After) แต่อยากให้เราเป็นพวก AFTA (Action First Talk After)  กันทุกคนนะครับ และพบกันอีกครั้งในเวที Team Elite นะครับ

Divider